จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

พุทธจริยธรรม กับ ปัญหาสิ่งแวดล้อม



พุทธจริยธรรมกับปัญหาสิ่งแวดล้อม (ตอนที่ 1)
                                                                                                โดย พระนพดล ธีรวโร (หมู่โสภิญ)


บทเกริ่นนำ
                   เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปีพุทธศักราช 2554 ที่ผ่านมา น่าจะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นความจริงหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยพิบัติอันเกิดจากธรรมชาติ บางคนมองว่าภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นการเอาคืนของธรรมชาติ เพราะมนุษย์เอาเปรียบและทำร้ายธรรมชาติมาโดยตลอด   ซึ่งนั่นก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลย ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความ สำคัญของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ หลายคนคิดหาทางออกในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย นั่นอาจจะเป็นเพราะคนเหล่านี้มองว่าศาสนาไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับปัญหานี้  ศาสนาจึงถูกจำกัดภารกิจหลายประการภายใต้กรอบของความศรัทธาทางจิตวิญญาณแห่งศาสนา                         กว่า 2,600 ปีมาแล้วที่พระพุทธศาสนาดำรงอยู่เคียงคู่ผืนแผ่นดินโลกนี้  เป้าหมายของ พระพุทธศาสนามุ่งเน้นที่การแสวงหาหนทางดับทุกข์ของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกข์ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจดังนั้นจึงไม่ได้เน้นโดยตรงไปที่เรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนโลก  เพราะปัญหาทางสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหายุคปัจจุบัน สมัยพุทธกาลไม่มีปัญหานี้ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังบริสุทธิ์ สะอาด ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ อุดมสมบูรณ์ พระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่เคยปรากฏหลักฐานใดๆ ว่าเบียดเบียน ช่วงชิงทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์มาสร้างประโยชน์ในทางวัตถุเพื่อตนเองหรือเพื่อพระศาสนาเลย ในทางตรงกันข้ามกลับอาศัยใช้สอยทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นด้วยความซาบซึ้งในคุณค่า และมีจิตใจในการถนอมรักษาอย่างสูงส่ง                                                                  อย่างไรก็ดี คำสอนในพระพุทธศาสนานั้นยังเน้นถึงความตระหนักและมีความเมตตาต่อชีวิตทั้งมวล แต่ที่ ชีวิตสัตว์ พืชพรรณ ทรัพยากรทางธรรมชาติ เป็นต้น ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว   อันเป็นผลมาจากความโง่เขลา ความโลภ และการขาดความเคารพต่อโลก วิกฤติการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ต้องการความช่วยเหลือที่เร่งด่วน  การแก้ปัญหาโดยบทบาทของวิทยาศาสตร์นั้น น่าจะยังไม่เพียงพอ เพราะทุกวันนี้ ต่างก็ยอมรับกันว่าการปลุกจิตสำนึกให้มีความรักความห่วงใยธรรมชาติอย่างแท้จริงเท่านั้น จึงจะสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้          ถึงเวลาแล้วหรือยังที่มนุษย์จะต้องทบทวนทัศนะของตนต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะสามารถกำหนดเป้าหมายในการดำรงชีพได้เหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติและไม่กลายเป็นผู้ทำลายล้างธรรมชาติไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์และหยุดยั้งการทำลายล้างธรรมชาติก่อนที่จะสายเกินไป ในศตวรรษที่ 20 นี้ ได้มีเสียงเรียกร้องดังก้อง มากยิ่งขึ้นให้มนุษย์กลับมาเยี่ยวยาโลกและถนอมสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติดังในบทความของ Leopold1 เรื่อง The Land Ethics”  ที่เน้นถึง จริยธรรมซึ่งครอบคลุมทั้งมนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ  คือ
1.              จริยธรรมระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์

2.              จริยธรรมระหว่างมนุษย์ต่อสังคม

3.      จริยธรรมระหว่างมนุษย์ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของมนุษย์เอง ซึ่งยังไม่ได้พัฒนาและขาดหายไปหรือถูกละเลย 

         เมื่อพิจารณาหลักจริยธรรมในพระพุทธศาสนาแล้วครอบคลุมไม่เพียงแต่ มนุษย์ต่อมนุษย์ มนุษย์ต่อสังคมแต่รวมไปถึงมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอีกด้วยซึ่งปัจจุบันวิธีคิดและทัศนะแบบพระพุทธศาสนาได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มขององค์กรพัฒนาต่างๆ ในอนาคตกระแสความคิดแบบนี้อาจขยายตัวอย่างกว้างขวางมากขึ้น และอาจเป็นที่ยอมรับทั้งโลกตะวันตกและตะวันออกก็เป็นได้  ก่อนที่จะตอบว่า พระพุทธศาสนามีส่วนร่วมและมีวิธีการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างไร   ควรทำความเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกวันนี้ก่อนแล้วจึงแสวงหาจุดเหมาะสมต่อไป






               1 Leopold, A. The Land Ethics in a Sand Almanac County.  New York: Ballantine Books. 1970. P. 47.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น