ปัญหาสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน
ตั้งแต่ได้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมขึ้นในปี
ค.ศ. 1770 เป็นต้นมา การขยายตัวของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมได้เป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วโลก
ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของประชากรของโลกอย่างรวดเร็ว
สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้ถูกคุกคามและทำลายลงโดยการกระทำของมนุษย์จนเกิดมลพิษ
(Pollution) และได้ส่งผลร้ายต่อมวลมนุษย์อย่างรุนแรงตามระยะเวลาที่ผ่านมา ปัญหาและความสูญเสียดุลยภาพของสิ่งแวดล้อมมีท่าทีว่าจะเลวร้ายลงทุกวัน
อันจะต้องระดมความคิดและการกระทำช่วยกันแก้ไขทุกวันนี้ก็คือ
1.
มลพิษทางอากาศ เกิดจากก๊าซหลายชนิด เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์
ออกไซด์ของไนโตรเจน สารไฮโดรคาร์บอนต่างๆรวมทั้งอานุภาคบางชนิดและไอของตะกั่วโรงงานอุตสาหกรรมและยวดยานพาหนะ
ยิ่งหนาแน่นมากเท่าไร มลพิษในอากาศก็เพิ่มมากเท่านั้น
2. มลพิษทางน้ำ การที่น้ำในแม่น้ำลำคลองปัจจุบันเน่าเสีย มีแนวโน้มมากขึ้น เพราะมนุษย์ได้ทิ้งขยะ
สารเคมี ปุ๋ย ซากสัตว์ น้ำสกปรกจากโรงงาน
ผงซักฟอก ฯลฯ
มนุษย์จึงต้องเผชิญกับน้ำไม่บริสุทธิ์ที่ตนใช้ยังชีพและมนุษย์ก็ยังรู้ดีต่อไปว่า
น้ำเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตอย่างหนึ่ง
และน้ำที่ตนใช้ยังชีพกำลังจะเป็นพิษขึ้นทุกที แต่มนุษย์ก็ยังไม่หยุดยั้งในการทำน้ำให้เป็นพิษ
เพราะความละเลย ความเห็นแก่ตัว มักง่าย และความไม่เอาใจใส่ของมนุษย์นั่นเอง
แม่น้ำลำคลองต่างๆ จึงเน่าเหม็นเป็นจำนวนมาก
3. มลพิษทางดิน การที่ดินเกิดภาวะมลพิษมีที่มาจากหลายสาเหตุ
เช่น มูลของสัตว์ การใช้ปุ๋ยเกินพอดี ตะกอนของเกลือ สารเคมี โดยเฉพาะขยะมูลฝอย
ถ้ากองทิ้งไว้จะเกิดการสลายตัว
ทำให้เกิดสารอินทรีย์และอนินทรีย์ พอฝนตกลงมาน้ำก็จะไหลไปบริเวณข้างเคียง
สารต่างๆ ก็ตามไปด้วย ทำให้บริเวณนั้นมีพิษไปด้วย
นอกจากนี้ขยะบางอย่างก็ยากต่อการทำลายหรือทำลายได้เพียงบางส่วน ถ้าทิ้งไว้ที่ใดก็มักจะคงอยู่ในสภาพเช่นนั้น
ถ้าทิ้งลงตามท่อระบายน้ำ จะทำให้เกิดการอุดตัด
ถ้าทิ้งลงในแม่น้ำลำคลองจะทำให้ตื้นเขินและเป็นอันตรายต่อเรือที่สัญจรไปมา สิ่งที่ละลายตัวยากที่กล่าวมา เช่น พลาสติก
โลหะ ฝ้าย หนัง เป็นต้น
4. มลพิษทางอุณหภูมิ โลกปัจจุบัน อากาศจะแปรปรวนไปจากอดีตมาก
เพราะมนุษย์มีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ
ทั้งที่เป็นการเสริมสร้างและทำลายมนุษย์
เช่น ระเบิดไฮโครเจน การถางป่าตัดต้นไม้ หรือ การอยู่ในเมืองอย่างแออัดไม่มีต้นไม้ทำให้ฝนไม่ตก
หรือความร้อนจากอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น
ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรต่างๆ ตลอดจนความร้อนจากดวงอาทิตย์
เป็นต้น
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กล่าวมานี้
ล้วนมีผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ในทุกๆ ด้าน
มนุษย์ต้องการฝืนดินในการผลิตอาหารธรรมชาติ
แต่ขณะนี้ดินก็หมดประสิทธิภาพในการผลิต
ทุกวันนี้ต้องสร้างปุ๋ยเคมี
เพิ่มความอุดมให้แก่ดินซึ่งผิดธรรมชาติที่เคยเป็นมายิ่งเพิ่มปุ๋ยเคมีลงไปมากเท่าไรก็เป็นการทำลายมากเท่านั้น คงต้องใช้เวลานานต่อการย่อยสลาย ผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ต่างๆ
ที่ทับถมอยู่บนแผ่นดิน ในช่วงเวลาดังกล่าว ดินก็เสื่อมคุณภาพลงไปเรื่อยๆ
กว่าความอุดมสมบูรณ์จะกลับคืนมาก็คงจะใช้เวลานานทีเดียว
ชีวิตมนุษย์ต้องการน้ำเพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับตาลงแต่ละวัน มนุษย์ต้องใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคประจำวัน เช่น อาบ ดื่ม
ทำความสะอาดร่างกายและสิ่งต่างๆ ใช้ในการผลิตผลทางการเกษตรในไร่นา ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ในทางการคมนาคม
ยานพาหนะบรรทุกคน บรรทุกสิ่งของไปมา ติดต่อกันโดยไม่ต้องลงทุนอะไร
ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่เมื่อเกิดมลพิษทางน้ำ ประโยชน์การใช้งานเหล่านี้ย่อมลดลงและหมดไปในที่สุด
แต่ความต้องการใช้ประโยชน์จากน้ำ มิได้หมดไปด้วย
เมื่อความต้องการมีมากปัจจัยตอบสนองความต้องการมีน้อย
มนุษย์ขาดน้ำยังพออยู่ได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ขาดอาหารอยู่ได้นานหลายวัน แต่ขาดอากาศบริสุทธิ์หายใจ ไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็เสียชีวิตทันที หากไม่เสียชีวิตก็อาจจะพิการได้
หากอากาศเสียแผ่ขยายออกไปมากๆ ความเจ็บป่วยต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย
กระทบกระเทือนสุขภาพก่อน
เวลาผ่านไปก็เป็นอันตรายแก่ชีวิต
หากอากาศเสียขยายไปอย่างรุนแรงมนุษย์อาจจะต้องตายจนสิ้นเผ่าพันธุ์ก็ได้
อุณหภูมิ ก็มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของมนุษย์ไม่แพ้สิ่งแวดล้อมอื่นๆ
ร่างกายที่ดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุขเพราะมีอุณหภูมิสมดุลกับธาตุอื่นๆ ในร่างกาย
และอุณหภูมิในร่างกายย่อมมีความสัมพันธ์กับภายนอกอย่างใกล้ชิด
หากอุณหภูมิภายนอกร้อนมากจนร่างกายไม่สามารถปรับตัวอยู่ได้
ก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างแน่นอน
หากมองปัญหาตามแนวพระพุทธศาสนาก็พบว่าขณะนี้ ธาตุ 4 คือ
ดิน น้ำ ไฟ ลม
กำลังมีปัญหาซึ่งอาจจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกวันจนถึงขั้นวิกฤตขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง ชีวิตมนุษย์ตามพุทธทัศนะประกอบขึ้นมาจากธาตุ
ดิน น้ำ ไฟ ลม ตามกฏธรรมชาติ ต้องอาศัย ธาตุ 4 ที่ส่งเข้าไปสู่ร่างกายและถ่ายทอดออกมาต้องบริสุทธิ์และสมดุล
ร่างกายจึงจะดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข ถ้าหากเสียดุลบ้างล็กน้อย
ร่างกายก็จะแสดงปฏิกิริยาออกมาในรูปของความอ่อนแอหรือป่วยไข้
ถ้ารุนแรงชีวิตจะแตกสลายทันที หากสิ่งแวดล้อมอยู่ในสภาวะปกติบริสุทธิ์ สดใสตามธรรมชาติ
ชีวิตมนุษย์ก็จะพบกับความสุขสดชื่นไปด้วย
แต่ถ้าเมื่อไรมีความแปรปรวนมากๆ ชีวิตมนุษย์ก็จะประสบทุกข์มากขึ้น
ภารกิจแห่งการร่วมกันเผชิญปัญหา
การค้นหาสาเหตุขอวงปัญหาและทางแก้ให้พบซึ่งมั่นใจว่าทางแก้มีอยู่
จึงมิใช่เป็นหน้าที่ของมนุษย์เพียงคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกชีวิต
เพราะมันจะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความดำรงอยู่และการล้มสลายแห่งมนุษยชาติ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น